MADMAX

MAD MAX: Fury Road การเดินทางที่มันหยดของเหล่านักล่า

ใน “Mad Max: Fury Road” ผู้กำกับ/นักเขียน/ผู้อำนวยการสร้าง จอร์จ มิลเลอร์ ได้ปลดปล่อยโลกอันบ้าคลั่งด้วยแรงสั่นสะเทือนของสงครามอ็อคเทนสูงบนท้องถนนซึ่งมีแต่เขาเท่านั้นที่จะถ่ายทอดออกมาได้ มันสมองที่อยู่เบื้องหลังไตรภาค “Mad Max” อันทรงอิทธิพล ได้ผลักดันขอบเขตของภาพยนตร์ร่วมสมัยในการจินตนาการถึงความงามและความสับสนวุ่งวายของโลกยุคหลังวันสิ้นโลกซึ่งเขาได้สร้างขึ้นและนักรบบนท้องถนนในตำนานที่ร่อนเร่ไปในโลกใบนั้น มิลเลอร์มักนึกภาพหนังที่ถ่ายทอดการไล่ล่าจนลืมหายใจตั้งแต่ต้นจนจบ “ผมมองว่าหนังแอ็คชันก็เหมือนดนตรีที่ออกมาเป็นภาพ และ ‘Fury Road’ ก็อยู่ระหว่างคอนเสิร์ตร็อคสุดมันกับโอเปรา” มิลเลอร์ให้ความเห็น “ผมอยากนำผู้ชมออกจากที่นั่งไปสู่การเดินทางที่เข้มข้นสุดเหวี่ยง และระหว่างทางคุณก็จะได้รู้จักตัวละครและเหตุการณ์ที่นำไปสู่เรื่องราวนี้ด้วย” ผู้อำนวยการสร้าง ดั๊ก มิตเชลล์ ซึ่งสร้างหนังร่วมกับมิลเลอร์มาตลอด 35 ปี กล่าวว่า ความพยายามนานนับทศวรรษที่จะนำ “Mad Max: Fury Road” มาสู่จอภาพยนตร์ก็เป็นการเดินทางที่ชวนระทึกอยู่ในตัวมันเอง “จอร์จมีหัวคิดสร้างสรรค์ที่ฉลาดปราดเปรื่องแต่ความสร้างสรรค์นั้นก็มาพร้อมกับการปฏิบัติจริงด้วย โครงการใหญ่ขนาดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองสิ่งนี้มาผสมผสานกัน ซึ่งจอร์จก็มีสองสิ่งนี้อยู่โดยสัญชาตญาณ เราผ่านพ้นจุดคับขันและเหตุการณ์น่าเหลือเชื่อมาระหว่างทาง แต่สำหรับผมแล้วถือเป็นโชคดีที่ได้ร่วมงานกับเขาในการเดินทางอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ครับ” ภูมิทัศน์อันแห้งแล้งผุกร่อนแอ็คชั่นดิบเถื่อน บทพูดน้อยคำ และตัวละครที่มีสีสันหลากหลายซึ่งมิลเลอร์สร้างขึ้นในไตรภาค “Mad Max” ได้ให้กำเนิดหนังแนวใหม่ขึ้นมา และเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินหลายรุ่นในสื่อทุกแขนง ทอม ฮาร์ดี ผู้รับบทเป็นแม็กซ์ ร็อคคาแทนสกี ใน “Mad Max: Fury Road” กล่าวว่า“จอร์จสร้างบรรยากาศยุคหลังวันสิ้นโลกอย่างที่ปัจจุบันเราเห็นอยู่ตามวิดีโอเกมและหนังมากมาย นั่นเป็นผืนผ้าใบของเขา และเขาก็ยังคงวาดรูปอยู่บนนั้นด้วยทรัพยากรทั้งหมดที่เขามีพร้อมใช้งาน การได้เล่นหนังเรื่องนี้ก็คือการนั่งอยู่กับจอร์จที่กล่องของเล่นของเขา และจินตนาการของเขาก็บรรเจิดมากจนกระทั่งคุณรู้สึกว่าคุณไม่ได้อยู่ในหนัง แต่อยู่ในหัวของจอร์จเลย”

Mad Max: Fury Road

มาสักทีสำหรับภาพยนต์สุดมันที่ทุกคนต่างรอคอยอย่าง MADMAX ภาคต่อ

หลังจากผ่านมาแล้วนานถึง 5 ปีทำให้มีแฟนพูดถึงภาพยนต์สุดมันเรื่อง Mad Max: Fury Road ที่นอกจากเป็นภาพยนตร์ระดับมาสเตอร์พีซ มันยังเป็นหนึ่งในหนังเจ้าปัญหาเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้เพราะกว่าจะได้สร้าง กว่าจะเอาเข้าโรงฉายก็กินเวลาไปกว่า 30 ปี นับตั้งแต่ Mad Max Beyond Thunderdome เข้าฉายเมื่อปี 1985