หนังmarvel

แกะสำรวจ เรื่องราวใหม่ของ Black Panther: Wakanda Forever

Marvel Studios’ Black Panther: Wakanda Forever ชื่อภาพยนตร์ภาคต่ออย่างเป็นทางการของ Black Panther ซึ่งจะเป็นการอุทิศให้กับแชดวิก โบสแมน นักแสดงผู้รับบททีชัลล่า ผู้ล่วงลับ โดยได้มีเนื้อเรื่องทีเซอร์ทางการออกมาพร้อมกับโลโก้ โดยระบุว่า “Marvel Studios’ Black Panther: Wakanda Forever จะยังคงสำรวจโลกที่ไม่มีใครเทียบได้ของวาคานดาและตัวละครที่หลากหลาย เขียนบทและกำกับโดย ไรอัน คูเกอร์ ผู้อยู่เบื้องหลัง Black Panther โดยมีกำหนดฉายในอเมริกา8 กรกฎาคม 2022 ”  นี่เป็นการขยายเรื่องราวใหม่ของ Black Panther เพื่อให้ห่างจากบทของทีชัลล่า ของแชดวิก โดยมีการคาดว่า มาร์เวล ไม่อยากให้ใครมาแทนที่ในบทบาทนี้ และเลือกที่จะนำวัตถุดิบในวาคานด้ามานำเสนอใหม่

อ้าววยังไงเนี่ย แอนดรูว์ กาฟิลด์ ปฏิเสธข่าวลือ เล่น Spider-Man: No Way Home

มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับ Spider-Man: No Way Home หลังจากที่วายร้ายหลายตัวในหนังสไปเดอร์-แมน ภาคเก่าๆ คอนเฟิร์มว่าจะกลับมาร่วมจักรวาลไอ้แมงมุม จนทำให้เกิดกระแสว่า แล้วอย่างนี้ โทบี้ แมคไกวร์ และ แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ ผู้เคยรับบทสไปเดอร์-แมน เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้อาจจะกลับมาร่วมปรากฎตัวในจักรวาลของปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ที่แสดงโดยทอม ฮอลแลนด์ด้วย ล่าสุด แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ จาก The Amazing Spider-Man ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือนี้พร้อมบอกว่าเขาไม่ได้รับการติดต่อใดๆจากทางมาร์เวล บางครั้งกระแสเหล่านั้นเป็นเพียงการโยนหินถามทางว่า แฟนๆสนใจไอเดียนี้ เพื่อสร้างกระแส พวกเขาอาจจะสร้างมันก็ได้ สำหรับข้อมูลที่เรารู้ตอนนี้เกี่ยวกับ Spider-Man: No Way Home ที่ได้รับการคอนเฟิร์มแล้วคือ ทอม ฮอลแลนด์ ยังคงรับบทนำในภาคนี้ และมี Doctor Strange เข้ามามีส่วนด้วย รวมถึงการกลับมาของ Alfred Molina ผู้ที่เคย รับบท Doctor Octopus จากSpider-Man 2 ในปี 2004 ก็กลับมาด้วยเช่นเดียวกัน หนังมีกำหนดฉายปลายปีนี้

ผู้กำกับ Eternals เผยได้แรงบันดาลใจสร้างหนังมาจาก มังงะและโลกแฟนตาซี

ณ วินาทีนี้คงไม่มีผู้กำกับภาพยนตร์คนไหนที่จะเนื้อหอมไปมากกว่า โคลอี้ เจา อีกแล้ว ผู้กำกับหญิงชาวจีนที่สามารถคว้ารางวัลออสการ์มาครองได้ ทั้งในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Nomadland ซึ่งเธอกำลังจะฉีกแนวมากำกับในโปรเจ็คต์บล็อคบัสเตอร์ที่จะเป็นการเปิดเส้นทางใหม่ ๆ ให้กับ Marvel Cinematic Universe กับภาพยนตร์เรื่อง Eternals แต่บางคนอาจจะกังวลได้ ว่าการที่เธอก้าวข้ามจากหนังสายรางวัล มาเป็นหนังแมสแบบนี้เธอจะไหวหรือไม่ ซึ่งจากบทสัมภาษณ์ล่าสุดก็พอจะคลายกังวลนั้นลงไปได้ เธอได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ Eternals เอาไว้กับสื่อหลักเจ้าใหญ่อย่าง Variety ว่า… “แจ็ค เคอร์บี้ กับจินตนาการของเขา, งานอันแสนยอดเยี่ยมของเขา มันเป็นเหมือนรากฐานให้กับทั้งหมดเลยค่ะ เหนือจากนั้น สิ่งที่มาร์เวลสตูดิโอได้สร้างขึ้นมา การเดินทางอันแสนมหัศจรรย์ที่พวกเขากำลังดำเนินไป และยิ่งกว่านั้นอีกก็คือ ฉันเป็นแฟนของ MCU เป็นแฟนของหนังแนวนี้ แต่ตัวฉันก็เติบโตมากับเรื่องราว ไซไฟ, มังงะ และหนังแฟนตาซีด้วย แล้วพวกเราก็เอาทั้งหมดนั้นมาใส่หม้อรวมกันผสมผสานให้มันออกมามีรสชาติที่แตกต่างออกไป มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมากเลยล่ะค่ะ พวกเราทั้งหมดอยากจะทำแบบนั้นล่ะค่ะ เรามารอดูกัน” ชัดเจนเลยว่าเธอเป็นแฟนตัวยงของ Marvel มาตั้งแต่สมัยคอมิกส์ที่แจ็ค เคอร์บี้เป็นผู้วางรากฐาน นอกจากนั้นแล้วเธอยังไม่ปิดบังอีกด้วยว่าชื่นชอบความแฟนตาซี หรือมังงะสไตล์ญี่ปุ่น แถมยังมีความเนิร์ดไซไฟอีกด้วย เพราะฉะนั้นแฟนมาร์เวลวางใจได้เลยว่า เรื่องราวอันแสนกว้างใหญ่ของเหล่า Eternals ตกมาอยู่ในมือของคนที่ถูกต้องแล้ว และจากข่าวคราวล่าสุดที่เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ก็ทำให้เรารู้ว่า ตอนนี้ Eternals ใกล้จะดำเนินงานทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว เราอาจจะได้เห็นตัวอย่างแรกของภาพยนตร์ออกมาเร็ว ๆ นี้ก็ได้ อย่างไรก็ตาม Eternals วางกำหนดฉายไว้ 28 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

ภาพคอนเซปต์อาร์ตที่ไม่ได้ใช้จาก Infinity War ฉากใจสลายของ แวนด้ากับวิชั่น

ในภาพยนตร์เรื่อง Avengers: Infinity War มีฉากหลายฉากที่บีบคั้นหัวใจ และทำให้ผู้ชมใจสลายมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ฉากท้ายเรื่องที่ แวนด้า แม็กซิมอฟฟ์ จำใจที่จะต้องทำลายมณีจิตใจที่อยู่บนศีรษะของวิชั่น แม้ว่ามันอาจจะทำร้ายคนที่เธอรักก็ตาม เราได้เห็นแวนด้ารับมือกับธานอสไปพร้อม ๆ กับส่งพลังทำลายมณี แต่สุดท้ายแล้ว ธานอสก็เป็นชะตาที่เธอและเขามิอาจเลี่ยง เขาได้ใช้มณีกาลเวลา ย้อนคืนวิชั่นกลับมา คว้ามณีไปทิ้งวิชั่นที่ไร้ชีวิตไว้ ฉากนี้ไม่เพียงแค่สะเทือนใจแวนด้าเท่านั้น แต่สะเทือนจิตใจผู้ชมทุกคนอย่างหนักหน่วง โดยฉากที่เราเห็นนั้น เป็นฉากที่ทีมอเวนเจอร์ส แยกตัวออกมาจากสงครามหลักที่เหล่าเอาท์ไรเดอร์กำลังอาละวาด แต่มีภาพคอนเซปต์อาร์ตภาพหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า แรกเริ่มเดิมทีฉากการทำลายมณีจิตใจนั้นถูกวางไว้ให้เกิดขึ้นกลางสมรภูมิรบ คนที่ออกมาเปิดเผยก็คือ John Staub ศิลปินที่ได้วาดภาพออกแบบฉากนี้เอาไว้ และล่าสุดเขาได้นำออกมาเปิดเผยผ่านอินสตาแกรมของเขาแล้ว ดูได้ข้างล่างนี้เลย มหาศึกสงครามที่เหล่าอเวนเจอร์สต้องปะทะกับธานอสนั้น จบลงใน Avengers: Endgame เกิดความสูญเสียขึ้นมากมาย ไม่เพียงแค่แวนด้าที่ต้องเสียวิชั่นไป ครอบครัวสตาร์กที่ต้องเสียโทนี สตาร์กไป และแฟนหนังทั่วโลกต้องเสียนาตาชา โรมานอฟไป เร็ว ๆ นี้เรากำลังจะได้กลับไปเจอเธออีกครั้งในภาพยนตร์เดี่ยวเรื่องแรกของเธอ ที่จะมาเล่าเรื่องราวที่เราไม่เคยรู้ของเธอ กับภาพยนตร์เรื่อง Black Widow วางกำหนดฉายไว้ 29 เมษายนนี้ในโรงภาพยนตร์

ไรอัน เรย์โนลด์เผยเคล็ดลับ งัดหนังฮีโร่ทุนน้อย Deadpool ให้ดังเปรี้ยงไปทั้งโลก

ชื่อของไรอัน เรย์โนลด์ อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากนัก จนกระทั่งเขามารับบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่สุดเกรียน Deadpool การพลิกภาพจำของเหล่าฮีโร่ที่หลายคนคุ้นเคย ใส่มุกตลกสุดฮา และเสียดสี ผสมกับสไตล์การแสดง และการพูดคุยกับผู้ชมระหว่างที่หนังดำเนินไป ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นหนังแถวหน้าของภาพยนตร์ฮีโร่ของ 20th Century Fox และเคยขึ้นแท่นหนังเรท R ที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาล แต่เมื่อย้อนกลับมาที่ทุนสร้างหนัง Deadpool มีทุนสร้างเพียง 50 ล้านเหรียญดอลลาร์ฯ ขณะที่ Deadpool 2 ได้รับทุนสร้างเพิ่มขึ้นมา แต่ก็เป็นเพียง 110 ล้านเหรียญดอลลาร์เท่านั้น น่าสนใจทีเดียวว่าเขาใช้ทุนสร้างที่แสนจำกัดนี้ สร้างหนังให้ประสบความสำเร็จขนาดนี้ได้อย่างไร ไรอัน เรย์โนลด์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ เว็บไซต์ Entrepreneur เกี่ยวกับเคล็ดลับที่เขาใช้ในการบริหารงบการสร้างภาพยนตร์จำนวนจำกัด ให้ออกมาเป็นภาพยนตร์ Deadpool ที่ดังเปรี้ยงไปทั่วทั้งโลก เขาพูดถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า  “บ่อยครั้งเลยครับที่สตูดิโอคอยเอาเงินไปจากงบสร้างของพวกเรา เราก็แทนที่ชิ้นส่วนจากฉากที่เราต้องสละไปด้วยตัวละครแทน จนท้ายที่สุดแล้วมันก็กลายเป็นจุดเด่นของเราครับ คนที่ดูหนังเขาไม่ได้จำรายละเอียดชัดเจนหรอกครับ ว่าเดดพูลช่วยโลกไว้ยังไง แต่คนดูจำได้ว่าเดดพูลพูดว่าอะไร หรือเขาตอบโต้กับโมเมนต์ที่เกิดขึ้นในเรื่องยังไง สำหรับผมแล้ว จุดนั้นมันมีค่ามาก ๆ เลยล่ะครับ เพราะมันจะทำให้คุณสามารถเจาะกลุ่มผู้ชมได้ชัดเจนมากขึ้น และสร้างความประทับใจขึ้นมาได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินจำนวนมาก” เรียกได้ว่านี่เป็นข้อคิดที่ดีสำหรับนักสร้างหนังที่สามารถเอาไปใช้ได้จริง ๆ เลยทีเดียว แน่นอนว่าเรื่องของงบประมาณนั้นเป็นสิ่งที่ถูกจำกัด แต่ความคิดสร้างสรรค์ของคนทำงานนั้น ไม่มีใครสามารถมาจำกัดได้อยู่แล้ว ถ้าเราสามารถผลักดันความคิดสร้างสรรค์นั้นออกมาได้เจ๋งจริง ๆ ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะมีคนเห็นและพร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับภาพยนตร์เรื่อง Deadpool 

ยังไงเนี่ย “คริส อีแวนส์”แอบคุยภาคต่อCaptain America

ดูเหมือนว่าการจากไปอย่างถาวรใน Marvel Cinematic Universe จะไม่สามารถพูดได้เต็มปากแล้ว ย้อนกลับไปในภาพยนตร์เรื่อง Avengers: Endgame เราได้เห็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในบรรดาภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหมด แต่นั่นก็แลกมาด้วยการเสียสละมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ การปฏิบัติภารกิจสุดท้ายของสตีฟ โรเจอร์ ในการย้อนกลับไปในช่วงเวลาต่าง ๆ เพื่อคืนอัญมณีที่หยิบยืมมา เขากลับมาอีกครั้งในวัยชรา พร้อมส่งต่อโล่ประจำตัวให้กับ แซม วิลสัน หรือ Falcon ให้สืบทอดชื่อ Captain America ต่อไป ในตอนนั้นเราเหมือนจะได้รู้กันว่า คริส อีแวนส์ ผู้ที่รับบทสตีฟ โรเจอร์ จะบอกลาบทบาทนี้แล้วอย่างเป็นทางการ แต่ตอนนี้ความเชื่อเหล่านั้นาอาจจะต้องถูกพับเก็บไป เพราะมีรายงานเปิดเผยล่าสุดจากเว็บไซต์ Deadline ที่มีการเปิดเผยว่า คริส อีแวนส์ ได้เข้าคุยกับมาร์เวล เพื่อกลับมารับบทเป็น Captain America อีกครั้ง ในภาพยนตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่งในอนาคต โดยรายงานดังกล่าวนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่า การเจรจาดำเนินไปถึงขั้นตอนไหน จะเพิ่งเริ่มเจรจา หรือการเจรจาเสร็จสิ้นลงไปแล้ว แต่ความ่นาสนใจก็คือ เขาจะกลับมาเพื่อรับบทในภาพยนตร์ภาคที่ 4 ของตัวละครกัปตันอเมริกา หรือจะแค่รับเชิญในภาพยนตร์เรื่องหนึ่งในอนาคตกันแน่ อย่างไรก็ตาม คริส อีแวนส์ ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อข่าวดังกล่าวว่า มันก็ดูเป็นข่าวใหม่สำหรับเขาเหมือนกัน ปฏิเสธกลาย ๆ ว่านี่อาจจะเป็นแค่ข่าวลือ แม้ว่า คริส อีแวนส์ จะไม่ได้ยอมรับโดยตรงว่าเขาจะกลับมาหรือไม่ แต่ข่าวจะชัดเจนก็ต่อเมื่อทาง Marvel Studios เป็นผู้ออกมาประกาศด้วยตัวเอง กว่าจะถึงวันนั้นเราก็คงต้องมารอติดตามกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร แต่ก่อนจะไปถึงวันนั้น วันที่ 27 พฤษภาคมนี้ เตรียมไปพบกับหนึ่งในคู่หู และเพื่อนที่สนิทที่สุดของสตีฟ โรเจอร์ กันก่อน...

มิเชล ไฟเฟอร์ ร่วมทีมหนังภาคต่อ Ant-man 3

ใครที่ได้ดู Ant-Man and the Wasp คงจะจำกันได้ดีว่าภารกิจสำคัญในภาพยนตร์เรื่องนั้นก็คือ การพาตัว เจเน็ต แวน ไดน์ ที่ติดอยู่ในมิติควอนตัมกลับมาให้ได้ ระหว่างการเดินทางไปยังมิติเล็กจิ๋วสุดลึกลับนั่นเอง ทำให้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับ Ghost แม้ว่าในท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะสามารถช่วยเจเน็ตออกมาได้ แต่เราก็ได้เห็นว่ามิติแห่งนั้นได้เปลี่ยนเธอให้กลายแตกต่างออกไป เธอสามารถใช้พลังจากมิติควอนตัมได้ และรวบรวมเอาตัวตนของ Ghost ให้กลับมาสมานเหมือนเดิมได้อีกครั้ง แต่ก็เหลือความสงสัยว่าใน Ant-Man 3 จะชี้ให้เราเห็นชัด ๆ เลยหรือไม่ว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นสร้างผลอะไรขึ้นได้อีกบ้าง ล่าสุด มิเชล ไฟเฟอร์ นักแสดงตัวแม่ผู้รับบท เจเน็ต แวน ไดน์ หรือ Wasp รุ่นแรก ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการพ็อดแคสต์ Ladies First with Laura Brown ที่เธอถูกถามว่าผลงานในอนาคตเรื่องต่อไปจะมีอะไรบ้าง เธอก็ได้ตอบคำถามเอาไว้ว่า… “ฉันคิดว่าจะต้องกลับไปถ่าย Ant-Man ภาคที่ 3 ค่ะ” เธอยังแง้มเพิ่มเติมอีกด้วยว่า Ant-Man 3 วางกำหนดถ่ายทำเอาไว้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี 2021 แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วเธอยังไม่ทราบข้อมูลว่าตัวละครเจเน็ต แวน ไดน์ของเธอจะเป็นอย่างไรในภาพยนตร์เรื่องนี้ เรียกได้ว่าตอนนี้ Marvel ได้เริ่มวางโครงข่ายใหม่ให้กับเฟรนไชส์ของตัวเองในเฟสต่อไป และดูเหมือนว่ามันจะผูกโยงได้ยุ่งเหยิงเสียยิ่งกว่าเดิม ในขณะเดียวกันก็ท้าทายไปด้วยในทีเดียว กับการก้าวเข้ามาเล่นในเรื่องราวของจักรวาลคู่ขนาน เปิดทางเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในกับเฟรนไชส์นี้ได้มากกว่าเดิมอีกมาก มารอดูกันว่าเรากำลังจะได้ดูอะไรกันต่อไป