หนังแอคชั่น

Blade นักล่าแวมไพร์ภาคใหม่ เปลี่ยนนักแสดงนำ กระโดดเข้าร่วมศึกจักรวาลมาร์เวล

มาเฮอร์ชาลา อาลี นักแสดงผู้รับบท Blade คนใหม่ ได้เผยความรู้สึกหลังที่ตัวละครของเขาจะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในจักรวาลหนังของมาร์เวล โดยเสียงของตัวละคร Blade ได้ปล่อยออกมาในฉากท้ายเครดิตของภาพยนตร์  Eternals ด้วย โดย อาลี เผยว่า  “มันเจ๋งจริงๆ ที่ทำแบบนั้น มันออกจะน่ากลัวหน่อยๆ เพราะผมกำลังพูดก่อนจะถ่ายทำ ซึ่งมันค่อนข้างพิเศษกับผมเลยทีเดียว เช่นเดียวกับนักแสดงส่วนใหญ่  ในช่วงแรก มันทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการทำงานนี้ให้เป็นจริง มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น” สำหรับ Blade ปรากฎในฉากพิเศษท้ายเครดิตตัวที่ 2 นั้น พาเรากลับมาที่ห้องทำงานของ เดน วิทแมน ที่กรุงลอนดอน เราได้เห็นเดนพยายามที่จะเปิดหีบเก่า ๆ ใบหนึ่ง เขายืนทำใจอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจเปิดมันออกมา ข้างในคือดาบเล่มเงางามราวกับมีชีวิต มันคือ อีโบนีเบลด ดาบสุดแกร่งที่จะมอบพลังมหาศาลให้ผู้ใช้ แต่ต้องแลกมาด้วยการเป็นดาบต้องสาป ที่จะทำให้ผู้ใช้กระหายเลือด อยากฆ่าฟันเพื่อนำเลือดมาสังเวยให้ดาบ และในตอนที่เดนกำลังจะสัมผัสดาบนั้นเอง ก็มีเสียงจากบุคคลปริศนาดังมาถามเขาว่า แน่ใจแล้วเหรอว่าพร้อมแล้ว คุณวิทแมน ซึ่ง โคลอี้ เจา ผู้กำกับภาพยนตร์ก็ได้ออกมาเปิดเผยคอนเฟิร์มแล้วว่า เสียงนั้นเป็นของ เบลด ซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ที่กำลังจะมีภาพยนตร์เดี่ยวของตัวเอง น่าสนใจทีเดียวว่า 2 ตัวละครนี้จะถูกโยงมาเจอกันอย่างไร

Lightyear การ์ตูนแอ็คชั่นอวกาศสุดมันส์ หลังทีมสร้างสร้างแบบเงียบๆ5ปี

ปีหน้าเราจะได้ชมการกลับมาผจญภัยครั้งใหม่ของบัซไลท์เยียร์ หนึ่งในตัวละครหลักของ Toy Stroy ที่คราวนี้จะขอฉีกแนวจากแอนิเมชั่นของเล่นมีชีวิตมาสู่ต้นกำเนิดที่แท้จริงจนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดของเล่นที่แอนดี้ได้มาเป็นของขวัญวันเกิดใน Toy Story 1 โดยล่าสุด แอนกัส แมคเลน ผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชั่น Lightyear ได้เผยรายละเอียดเกี่ยวกับงานสร้างภาคแยกจาก Toy Story โดยเผยว่า ได้เริ่มต้นโปรเจคนี้หลังจากจบงานสร้างใน Finding Dory ที่ออกฉายในปี 2016  “หลังจาก Finding Dory ผมก็ติดอยู่กับโปรเจค Buzz มาตลอด ในฐานะที่เป็นแฟนหนังไซไฟ ผมเคยสงสัยอยู่เสมอว่าถ้าบัซไลท์เยียร์ เป็นหนังไซไฟจะเป็นยังไง?  ซึ่งมันจะเป็น แอนิเมชั่นแอคชั่นผจญภัยสุดมันส์ที่น่าสนุกและเหมาะสม มันจะเป็นหนังไซไฟเหมือนที่เราชอบตอนเด็กๆ โดยพวกเขาได้ตัดสินใจที่จะสร้างโปรเจคนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่พวกเราปิดข่าวเอาไว้ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องยาก แต่พอเข้าสู่สถานการณ์โควิดมันก็ปิดยากขึ้นเพราะลูกๆ ของผมได้แอบเห็นว่าผมทำงานหนังเกี่ยวกับอะไร??? “

ดอกเตอร์ดอกเตอร์ สเตรนจ์ เป็นเหตุ อาวุธทรงพลังของ Shang-Chi พลังวงแหวอาจเชื่อมโยงกับมัลติเวิร์ส

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า Marvel Cinematic Universe ในเฟสที่ 4 จะเป็นการเล่าเรื่องราวของพหุจักรวาล ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าภาพยนตร์แต่ละเรื่องจะมีการพูดถึงเรื่องราวจักรวาลอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากจักรวาลหลักที่พวกเราคุ้นเคยกันมายาวนานกว่า 10 ปี แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงก็คือ เรื่องราวพหุจักรวาลอาจจะเริ่มต้นเล่าในภาพยนตร์ตั้งแต่ Shang-Chi and The Legend of the Ten RIngs  ดูผิวเผินแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้จะเหมือนจะแตกต่างจากทิศทางที่จักรวาลภาพยนตร์นี้วางแผนเอาไว้ ชางชี ดูเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ใช้ศิลปะการต่อสู้สไตล์กังฟู ดูแล้วไม่สามารถจะโยงไปสู่เรื่องของพหุจักรวาลได้เลย จนกระทั่งคลิปนี้ถูกปล่อยออกมา ไปลองดูกันก่อนเลย ในคลิปนี้อาจจะเป็นตัวอย่างที่โชว์ให้เราเห็นฉากแอ็คชั่นที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น และความแฟนตาซีที่เพิ่มมากกว่าเดิม แต่จุดสำคัญอยู่ในบทพูดของตัวละครที่รับบทโดยมิเชล โหย่ว ที่เธอพูดว่า “แหวนทั้งสิบวงนี้มันทรงพลังมากกว่าอะไรทั้งหมดในจักรวาลของเธอ” คำว่า “จักรวาลของเธอ” นั่นหมายความว่าสถานที่ที่ตัวละครของมิเชล โหย่วอยู่นั้น เป็นคนละจักรวาลกับที่ที่ชางชี และผองเพื่อนจากมา แต่จะเป็นที่ไหนก็คงต้องไปรอติดตามกันเมื่อภาพยนตร์เข้าฉาย อีกอย่างหนึ่งที่พิเศษกว่านั้นก็คือ การบอกว่าแหวนทั้งสิบวงมีพลังมากกว่าอะไรก็ตามในจักรวาลที่ชางชีอยู่ หรือจะหมายความว่า แหวนทั้งสิบวงนี้ ทรงพลังมากกว่าทุกสิ่งที่เคยปรากฎมา มันจะรวมไปถึง โยเนียร์ และสตรอมเบรกเกอร์ของธอร์ หรือ บรรดาอัญมณี Infinity ด้วยหรือเปล่า เรื่องนี้เราคงต้องรอติดตามกันต่อไป โดย Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings วางกำหนดฉายไว้ 16 กันยายนนี้ในโรงภาพยนตร์

ฉากต่อสู้สุดโหด Wrath of Man ฆ่าล้างแค้นสุดมันส์

1.ผลงานกำกับล่าสุดของ กาย ริชชี่ ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีสไตล์ การเล่าเรื่องได้โดดเด่น มีจังหวะและคารมความกวนในตัวแม้สถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหนก็ตาม โดยผลงานแอ็กชั่นก่อนหน้านี้คือ The Man from U.N.C.L.E. และ The Gentlemen ก็ได้รับคำชื่นชมเช่นเดียวกัน มั่นใจได้ว่า Wrath of Man จะออกมาแบบลุ้นระทึก น่าติดตาม ถ่ายทอดออกมาดีงามไม่แพ้เรื่องก่อนๆ 2.ผลงานนำแสดงสุดระห่ำ โดย เจสัน สเตแธม ในเรื่องนี้เขาสวมบทเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยคุ้มกันบริษัทขนเงินแต่แท้จริงแล้วเขามีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าไปแฝงตัวล้างแค้นบางอย่าง โดยฉายาของเขาเปรียบเหมือนยมทูตที่เหยื่อคนไหนพบเจอต้องไม่มีทางรอด ในเรื่องนี้ เจสัน เน้นถ่ายทอดอารมณ์ความเงียบขรึม พูดน้อยแต่ยิงไม่เลี้ยง 3. Wrath of Man มีจังหวะการเล่าเรื่องน่าติดตาม แม้จะเป็นหนังแอ็กชั่นมันส์ระห่ำแต่การลำดับเรื่องราวของหนังเรื่องนี้จะเล่าย้อนสลับไปมาหาปมว่าทำไมเจสัน ต้องออกมาล้างแค้น และตัวตนที่แท้จริงของเขาคือใครกันแน่ ? ผ่านมุมกล้องและงานภาพที่ทำให้คนดูเข้าถึงอารมณ์มากขึ้น  4.สาแก่ใจ ยิงจริง เลือดเป็นเลือด เราจะได้เห็นฉากทรมาน ฉากยิง ฉากช่วงชิงตัวประกันและไหวพริบของตัวละคร ใครที่ชอบฉากแบบยิงจริงไม่ต้องลีลาพูดให้มากความ ต้องห้ามพลาด Wrath of Man

“Spawn”เริ่มรีแมค หนังแอนตี้ฮีโร่จากการ์ตูนสุดฮิต

Spawn ภาพยนตร์แอนตี้ฮีโร่ที่สร้างจากคอมิกส์ ซึ่งมีข่าวเตรียมงานสร้างมาก่อนหน้านี้ ได้อัปเดทข้อมูลล่าสุดกับฮอลลีวู้ด รีพอตเตอร์ เผยว่า ภาพยนตร์ฉบับนี้ ได้ ไบรอัน ทรัคเกอร์ ผู้เขียนบทหนังอาชญากรรมระทึกขวัญเรื่อง Broken City มานั่งแท่นผู้เขียนบทภาพยนตร์โปรเจคนี้ และกำลังอยู่ระหว่างเดินหน้างานสร้างซึ่งจะอยู่ภายใต้การทำงานของ Blumhouse Productions ของ เจสัน บลัม และได้ทอดด์ แมคฟาเลน ผู้สร้างคอมิกส์ตัวละครนี้มาเป็นผู้กำกับเหมือนเดิม Spawn จะเป็นภาพยนตร์ฮีโร่ที่จัดเต็มความโหดในระดับเรท R ความรุนแรงความเลือดสาด และความดุดัน เรื่องราวของ Al Simmons ผู้เป็นหนึ่งในสมาชิกของ CIA ผู้ถูกหักหลังถึง 2 ครั้ง หลังจากที่เขาถูกจัดฉากฆาตกรรม พร้อมศพที่ถูกเผากลางเปลวเพลิง เขาก้าวข้ามจากนรกมาเกิดใหม่อีกครั้ง ทำพันธสัญญาแลกเปลี่ยนเพื่อกลายเป็น Hellspawn นักรบผู้มีเป้าหมายเดียวของชีวิตในการกลับไปอยู่กับภรรยาผู้เป็นที่รัก แต่ Spawn ต้องติดอยู่ในเปลือกนอกที่เป็นปีศาจ และตอนนี้ภรรยาของเขาได้เดินหน้าต่อพร้อมกับแต่งงานกับเพื่อนรักของเขาเอง ดังนั้นเขาจึงกลายเป็นแอนตี้ฮีโร่ที่เดือดดาลที่สุด ผู้ต้องคอยกำจัดวายร้ายออกจากเมืองด้วยการต่อสู้ทั้งในแนวทางที่ดีและโหดร้ายดั่งปีศาจ ท่ามกลางความเป็นไปของโลก สวรรค์ และนรก

สุดอลังการ! เปิดตัวศึกปลดแย่งชิงจักรวาล ท่ามกลางทะเลทรายต่างดาวใน Dune

ผู้เข้าชิงออสการ์ เดอนี วีลเนิฟว์ (“Arrival,” “Blade Runner 2049”) กำกับผลงานชิ้นใหม่จาก วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส และ เลเจนดารี่ พิกเจอร์ส “Dune – ดูน” ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิยายขายดีชื่อเดียวกันของ แฟรงค์ เฮอร์เบิร์ต เปิดการเดินทางของฮีโร่ที่เป็นดั่งตำนานและจะตราตรึงอยู่ในใจ “Dune – ดูน” เล่าเรื่องราวของ พอล อาทรีเดส เด็กหนุ่มอัจฉริยะเจ้าของพรสวรรค์ลำค่าที่เกิดมาพร้อมกับโชคชะตาอันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหยั่งถึง เขาต้องเดินทางไปยังดาวเคราะห์ที่อันตรายที่สุดในจักรวาลเพื่อปกป้องอนาคตของครอบครัวและผู้คนของเขาจากการรุกรานของกองทัพชั่วร้ายผู้สร้างความขัดแย้งไปทั่งทุกสารทิศ เพราะต้องการแย่งชิงทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุดที่เคยมีมา นั่นก็คือเครื่องเทศที่มีสรรพคุณวิเศษ สามารถดึงพลังซ่อนเร้นในตัวมนุษยชาติออกมาได้ แต่ศึกครั้งนี้มีเพียงผู้เอาชนะความกลัวเท่านั้นที่อยู่รอด! นำแสดงโดย ผู้เข้าชิงออสการ์ ทิโมธี ชาลาเมต์ (“Call Me by Your Name,” “Little Women”), รีเบ็คก้า เฟอร์กูสัน (“Stephen King’s Doctor Sleep,” “Mission: Impossible – Fallout”), ออสการ์ ไอแซก (the “Star Wars” franchise) ผู้เข้าชิงออสการ์ จอช โบรลิน (“Milk,” “Avengers: Infinity War”), สเตลแลน สการ์สการ์ด (HBO’s “Chernobyl,” “Avengers: Age of Ultron”), เดฟ บาทิสต้า (the...

ชาวหนังแอบรู้ตอนจบ! วิน ดีเซลแง้มแผนเปิดบทสรุปมหากาพย์ Fast and Furious

หลังจากเดินทางกันมายาวนานมากกว่า 20 ปี ในที่สุดเฟรนไชส์ Fast and Furious ก็เดินทางเข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้ว เริ่มต้นกันกับภาพยนตร์เรื่อง Fast and Furious 9 ที่ใกล้จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เต็มที่ เพื่อต้อนรับบทสรุปผ่านภาพยนตร์ 2 เรื่องที่จะถ่ายทำกันแบบต่อเนื่อง ผ่านภาพยนตร์ภาคที่ 10 และ 11 เมื่อเขาวางแผนกันแบบนี้แล้วจึงเป็นไปไม่ได้ที่ตัวนักแสดงบางคนจะสามารถรู้ตอนจบของเรื่องราวทั้งหมดได้ และคนที่รู้เรื่องแบบนั้นก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก วิน ดีเซล วิน ดีเซล ได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Collider เกี่ยวกับแผนการของ Fast and Furious ที่ตอนนี้ตอนจบทั้งหมดถูกวางเอาไว้แล้ว และตัวเขาเองก็เป็นคนที่รู้เรื่องนั้นด้วย เขาให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า… “ผมมีฉากที่เล่นซ้ำอยู่ในหัวของผมมาหลายต่อหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ครับ มันเป็นฉากที่ผมจินตนาการเอาไว้เสมอว่าตอนจบของตอนจบจริง ๆ มันควรจะเป็นยังไง จัสตินกับผมได้คุยกันอย่างยาวไกลเลยครับ และเรากำลังทำงานเพื่อให้มันเดินไปในทางนั้น มีหลายอย่างของ Fast 9 ที่ได้เตรียมการเอาไว้ให้เตรียมพร้อมสำหรับตอนจบทั้ง 2 พาร์ท ผมจะพูดถึงมันตอนนี้เลยดีไหมนะ? ผมคงไม่สามารถทำได้ แต่ความแตกต่างจากการที่เรามีแผนการฉายแบบนี้ก็คือ เราปล่อยหนังในปีนี้ และหลังจากนั้นเราก็ไปเตรียมงานสำหรับทั้ง 2 พาร์ทที่เป็นตอนจบด้วย เพราะฉะนั้น ในทุก ๆ วันของผม ผมก็จะต้องมาคุยกับพวกคุณเรื่อง Fast 9 หลังจากนั้นพอกลับบ้านไปก็ต้องไปเตรียมงานสำหรับ Fast 10 ต่อ” จากบทสัมภาษณ์ก็ทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าทั้งหมดได้ถูกเตรียมเอาไว้แล้ว และจากตัวอย่างภาพยนตร์ก็ทำให้เราได้เห็นความยิ่งใหญ่ของเรื่องราวที่เรากำลังจะได้เห็นกัน ฉากแอ็คชั่นถูกยกระดับขึ้นในทุก ๆ ภาค จนทำให้เราตื่นเต้นทีเดียวว่าเมื่อเดินทางถึงตอนจบแล้ว มันจะกลายเป็นความยิ่งใหญ่ขนาดไหน มารอพิสูจน์พร้อมกันใน Fast and Furious 9 วางกำหนดฉายไว้...

รวมตัวละครมาร่วมเดือดใน Snake Eyes หนังภาคแยกจาก G.I. Joe

หากจะพูดถึงชื่อของบรรดาทีมสายลับที่มีพร้อมด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำยุค คงจะลืมชื่อของเหล่าทีมพิฆาต G.I. Joe ไปไม่ได้ ผ่านภาพยนตร์ทั้ง 2 ภาคที่สร้างออกมา เราได้เห็นความล้ำสมัยและเทคนิคพิเศษของเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมความมันส์จนกลายเป็นความนิยมสำหรับแฟนภาพยนตร์ไปทั่วโลก แต่มีหนึ่งตัวละครที่เขาแทบไม่พึ่งพาเทคโนโลยีใด ๆ ในการต่อสู้ เขามีเพียงศิลปะการต่อสู้สไตล์นินจาเท่านั้น เขาคนนั้นคือ Snake Eyes Snake Eyes จะเป็นภาพยนตร์ที่ย้อนไปเล่าเรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้นของตัวละครนี้ ทั้งในช่วงที่เขาเริ่มต้นเข้าฝึกฝน น่าสนใจทีเดียวว่าเรื่องราวจะออกมาเป็นอย่างไร ล่าสุดหนังได้ปล่อยโปสเตอร์คาแรคเตอร์ออกมาให้เราได้ยลโฉมกันแล้ว

DC League of Super-Pets เปิดตัวนักพากย์นักแสดงตัวท็อป

DC League of Super-Pets โปรเจคอนิเมชั่นเรื่องใหม่ของ DC ที่เน้นไปที่เรื่องราวของสัตว์ที่ได้พลังวิเศษเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ล่าสุดได้ประกาศนักแสดงที่ร่วมให้เสียงพากย์ โดย ดเวยน์ จอห์นสัน หรือ เดอะร็อค รับบทเป็น Krypto the Superdog ร่วมด้วย คีอานู รีฟส์,วาเนสซ่า บาเยอร์,จอห์น คราซินสกี้ และ เควิน ฮาร์ท ที่ จะรับบทเป็น Ace the Bat-Hound ซึ่งเป็นสุนัขคู่หูที่ไว้ใจได้ของ Batman เดอะร็อค ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมของเขาระบุว่า “สุภาพสตรี สุภาพบุรุษ และเด็กทุกวัย ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะแนะนำ DC League of Super Pets ที่นำแสดงโดยเหล่าฮีโร่และวายร้ายสองขาและสี่ขาของเรา! โดย Seven Bucks Productions ได้ร่วมมือกับ DC Comics และนักเขียนบท และ ผู้กำกับจาเร็ด สเติร์น จะพาคุณและครอบครัวของคุณไปพบกับซูเปอร์ฮีโร่และวายร้ายตัวยงทั่วโลก”

Shang-Chi ได้แรงบันดาลใจฉากต่อสู้มาจากหนังเรื่อง พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก

แนวกำลังภายในที่มีกลิ่นอายเอเชียอย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้นแล้วใน MCU ของพวกเรา กับภาพยนตร์เรื่อง Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings ใครที่ได้ดูตัวอย่างคงจะได้เห็นแล้วว่ามันมีกลิ่นอายความเป็นภาพยนตร์กำลังภายในจากประเทศจีนอย่างเข้มข้นเลยทีเดียว ล่าสุด Destin Daniel Cretton ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings ได้ให้สัมภาษณ์ Empire Online เกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการออกแบบฉากต่อสู้ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งได้มาจากภาพยนตร์เรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon หรือชื่อไทยว่า พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก และไอคอนแห่งภาพยนตร์กำลังภายในอย่าง เฉินหลง เขาให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า… “เรามีความยึดมั่น, ให้ความเคารพ และซื่อตรงกับภาพยนตร์แนวนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เราตั้งใจจะทำแล้วครับ ในเรื่องมีฉากต่อสู้ที่ชวนให้นึกถึงเรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon และฉากต่อสู้อื่น ๆ ที่มีแรงบันดาลใจจาก เฉินหลง เรายังได้นักออกแบบการต่อสู้มาจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย ซึ่งเป็นทีมงานที่เคยออกแบบท่าทางการต่อสู้สไตล์ wuxia อันแสนงดงามด้วย มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากตั้งแต่จุดเริ่มต้นของพวกเราเลยครับ ที่จะสร้างซูเปอร์ฮีโร่ เอเชียอเมริกันคนแรกใน MCU เราอยากจะให้เขาอยู่ในระดับเดียวกับซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ ในจักรวาลนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เจ้าแห่งวิชากังฟูเท่านั้น ชางชีเป็นนักศิลปะการต่อสู้ชั้นยอดอีกด้วย แต่เขายังมีอะไรอื่นอีกมากมายอยู๋ในตัวของเขาด้วย” ดูเหมือนว่า Marvel Studios จะตั้งใจและเต็มที่กับการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้มากเลยทีเดียว กับการสร้างซูเปอร์ฮีโร่เชื้อสายเอเชียคนแรก ด้วยความตั้งใจจะให้มีรากเหง้าของความเป็นเอเชียให้มากที่สุด น่าสนใจทีเดียวว่าเรากำลังจะได้เห็นอะไรกันในโรงภาพยนตร์ โดย Shang-Chi and...