หนังมาร์เวล

Spider-Man: No Way Home สถิติใหม่เพียบ รายได้เกิน$1000 ล้านไปแล้ว

สัปดาห์สุดท้ายของปี ไม่มีภาพยนตร์เรื่องไหนจะมาแรงสู้กับ Spider-Man: No Way Home อีกแล้ว ความยิ่งใหญ่ของเรื่องราว เซอร์ไพร์สที่จัดเต็มให้แฟน ๆ จนตอนนี้เดินหน้าทำรายได้ทั่วโลกไปอย่างถล่มทลาย กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่สามารถก้าวผ่านหลักพันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ มาได้อย่างรวดเร็ว                 โดยเว็บไซต์ Box Office Mojo ได้สรุปรายได้ของภาพยนตร์เรื่องนี้เอาไว้ว่า ตอนนี้ในอเมริกา Spider-Man: No Way Home สามารถทำรายได้ในอเมริกาไปที่ $467.33 ล้าน ขณะเดียวกันในต่างประเทศนั้นกวาดไปถึง $587.10 ล้าน รวมทั่วโลกแล้ว ภาคปิดไตรภาคของเจ้าหนูสไปดี้แห่ง MCU สามารถทำรายได้ไปแล้วกว่า $1.05 พันล้าน                 Erik Davis ผู้สื่อข่าวสายภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ดได้ทำการสรุปข้อมูลสถิติที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำลายจนหมดสิ้น เอาไว้ดังนี้… นี่คือภาพยนตร์เรื่องแรกตั้งแต่ Star Wars: The Rise of Skywalker ในปี 2019 ที่สามารถทำรายได้ผ่านหลัก 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ  นี่คือภาพยนตร์ที่ทำรายได้ผ่าน 1 พันล้านเหรียญฯ ได้ไวที่สุดเป็นอันดับที่ 2 เป็นรองเพียงแค่ Avengers: Infinity War นี่คือภาพยนตร์เรื่องที่ 5 ที่ทำรายได้ผ่านหลัก $1 พันล้านได้โดยที่ยังไม่เข้าฉายในประเทศจีน Spider-Man: No Way Home กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในปี 2021 แล้ว ทั้งรายได้ในอเมริกา และรายได้ทั่วโลก หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังที่สามารถทำรายได้ในวันคริสต์มาสสูงที่สุดเป็นอันดับ 3...

Shang-Chi ได้แรงบันดาลใจฉากต่อสู้มาจากหนังเรื่อง พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก

แนวกำลังภายในที่มีกลิ่นอายเอเชียอย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้นแล้วใน MCU ของพวกเรา กับภาพยนตร์เรื่อง Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings ใครที่ได้ดูตัวอย่างคงจะได้เห็นแล้วว่ามันมีกลิ่นอายความเป็นภาพยนตร์กำลังภายในจากประเทศจีนอย่างเข้มข้นเลยทีเดียว ล่าสุด Destin Daniel Cretton ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings ได้ให้สัมภาษณ์ Empire Online เกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการออกแบบฉากต่อสู้ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งได้มาจากภาพยนตร์เรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon หรือชื่อไทยว่า พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก และไอคอนแห่งภาพยนตร์กำลังภายในอย่าง เฉินหลง เขาให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า… “เรามีความยึดมั่น, ให้ความเคารพ และซื่อตรงกับภาพยนตร์แนวนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เราตั้งใจจะทำแล้วครับ ในเรื่องมีฉากต่อสู้ที่ชวนให้นึกถึงเรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon และฉากต่อสู้อื่น ๆ ที่มีแรงบันดาลใจจาก เฉินหลง เรายังได้นักออกแบบการต่อสู้มาจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย ซึ่งเป็นทีมงานที่เคยออกแบบท่าทางการต่อสู้สไตล์ wuxia อันแสนงดงามด้วย มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากตั้งแต่จุดเริ่มต้นของพวกเราเลยครับ ที่จะสร้างซูเปอร์ฮีโร่ เอเชียอเมริกันคนแรกใน MCU เราอยากจะให้เขาอยู่ในระดับเดียวกับซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ ในจักรวาลนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เจ้าแห่งวิชากังฟูเท่านั้น ชางชีเป็นนักศิลปะการต่อสู้ชั้นยอดอีกด้วย แต่เขายังมีอะไรอื่นอีกมากมายอยู๋ในตัวของเขาด้วย” ดูเหมือนว่า Marvel Studios จะตั้งใจและเต็มที่กับการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้มากเลยทีเดียว กับการสร้างซูเปอร์ฮีโร่เชื้อสายเอเชียคนแรก ด้วยความตั้งใจจะให้มีรากเหง้าของความเป็นเอเชียให้มากที่สุด น่าสนใจทีเดียวว่าเรากำลังจะได้เห็นอะไรกันในโรงภาพยนตร์ โดย Shang-Chi and...

เจ้าหนู! ทอม ฮอลแลนด์ เคยเสนอผู้กำกับให้มีฉากเลิฟซีนใน Spider-Man

ถ้าจะถามว่าใครคือคนที่น่ารักน่าเอ็นดูที่สุดใน Marvel Studios หลายเสียงคงพูดตรงกันว่าเป็น ทอม ฮอลแลนด์ แต่ถ้าถามว่าใครคือคนที่แสบเป็นอันดับต้น ๆ ชื่อของทอม ฮอลแลนด์ก็ติดอันดับมาด้วยอย่างแน่นอน ที่โดดเด่นเลยก็คือวีรกรรมการสปอยล์ภาพยนตร์อันเป็นที่โจษจันกันไปทั่วโลก ตอนนี้ดูเหมือนจะมีวีรกรรมใหม่โผล่ขึ้นมาอีกแล้ว นั่นก็คือ เจ้าหนูทอม ฮอลแลนด์เคยเสนอให้มาร์เวลใส่ฉากเลิฟซีนสุดหวานซึ้งในภาพยนตร์เรื่อง Spider-Man ข้อมูลใหม่นี้ถูกเปิดเผยออกมาจากสถานีวิทยุของประเทศอังกฤษ ที่เคยสัมภาษณ์ทอม ฮอลแลนด์เอาไว้ในปี 2017 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของทอม ที่เขาได้พูดถึงการมีส่วนร่วมในการสร้างภาพยนตร์ Spider-Man: Homecoming ในขณะเดียวกันทางสตูดิโอเองก็ปฏิเสธไอเดียของเขาบ่อยเหมือนกัน เขาพูดแบบตลก ๆ ว่า “พวกเขาหลายคนจะชอบพูดว่า ‘ไม่นะพวก มันเป็นไอเดียที่ย่ำแย่มาก’” นอกจากนี้แล้วยังทอม ฮอลแลนด์ ยังยกตัวอย่างอีกไอเดียที่ถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็วด้วย ไอเดียที่ว่านั้นคือ “ตอนนั้นผมเสนอไปว่า ‘ผมคิดว่าเราควรจะต้องมีฉากเลิฟซีนหวานซึ้งกันสักฉากนะ’ แล้วพวกเขาก็ตอบกลับมาทันทีว่า ‘ไม่ ฉันไม่คิดอย่างนั้นเลย!’” นั่นจึงทำให้ใน Spider-Man: Homecoming ไม่มีฉากเลิฟซีนใด ๆ ทั้งสิ้น มีแค่ฉากน่ารักกุ๊กกิ๊กระหว่างปีเตอร์ พาร์คเกอร์ กับ MJ เท่านั้นเอง ถึงจะดูแสบขนาดไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเจ้าหนูทอม ฮอลแลนด์มีความน้องอยู่เต็มไปหมด ทั้งความน่ารักน่าเอ็นดูหรือความทุ่มเทที่เขาแสดงออกมาในบทบาทของตัวเอง คงต้องมารอดูกันว่าเขาจะต้องเจอกับอะไรในภาพยนตร์ปิดไตรภาคของ Spider-Man กับภาพยนตร์ No Way Home ที่วางกำหนดฉายไว้ 16 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

ยังคงต้องเดินหน้า “มาร์ติน ฟรีแมน” กลับมารับบทเดิมใน Black Panther 2

ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป นี่คงเป็นประโยคที่สามารถใช้ได้ดีที่สุดกับภาพยนตร์เรื่อง Black Panther 2 หลังจากการสูญเสียเสาหลักของภาพยนตร์ที่เป็นเหมือนจุดรวมจิตใจของทีมงาน และทีมนักแสดงไป แน่นอนว่าอนาคตภาคต่อของภาพยนตร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเป็นปริศนา ยังไม่มีใครรู้ว่าเรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร ยกเว้นก็แต่ตัว ไรอัน คูเกลอร์ ผู้กำกับและผู้เขียนบทของภาพยนตร์ แต่วันนี้เรามีข่าวมายืนยันเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวนักแสดงที่จะกลับมา นั่นคือ มาร์ติน ฟรีแมน มาร์ติน ฟรีแมน ได้มารับบทเป็น Everett Ross เจ้าหน้าที่ของ CIA ที่เข้ามาสืบคดีการค้าขายที่ผิดกฎหมายของ Ulysses Klaue จนตกกระไดพลอยโจนเข้ามามีส่วนร่วมกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวาคานด้า ซึ่งล่าสุด มาร์ติน ฟรีแมนก็ได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Collider เกี่ยวกับอนาคตตัวละครนี้ในภาพยนตร์เรื่อง Black Panther 2 เขาให้สัมภาษณ์ว่า… “ใช่ครับ ผมได้กลับมาใน Black Panther ภาคที่ 2 ผมจะไปคุยกับไรอัน คูเกลอร์เร็ว ๆ นี้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง ผมไม่รู้เรื่องบทเลยครับ เพราะงั้นผมเลยก็ไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง” น่าสนใจทีเดียวว่าการกลับมาของ เจ้าหน้าที่ Everett Ross จะมีผลอย่างไรกับเรื่องราวต่อไปของภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งการที่ตัวละครนี้เข้ามามีบทบาท นั่นก็หมายความว่า Black Panther 2 จะไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องราวภายในของเมืองวาคานด้า แต่จะมีเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศภายนอกด้วยอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นอะไรเข้มข้น ๆ เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ด้วยก็ได้ ต้องมารอติดตามกันต่อไป

Marvel ให้ค่าเหนื่อยมหาศาลเพื่อให้”โบสแมน”เล่นถึง ภาค3

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ Black Panther คือภาพยนตร์ที่ไม่เพียงแค่ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้เท่านั้น แต่ยังประสบความสำเร็จในฐานะของการเป็นปรากฎการณ์ทางวัฒนธรรม หากเรายังจำได้ ในช่วงที่ภาพยนตร์เข้าฉาย เราจะได้เห็นสีสันความภาคภูมิใจของชาวแอฟริกัน-อเมริกัน จำนวนมากที่พากันสวมใส่ชุดประจำวัฒนธรรมของตัวเองไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยความภาคภูมิใจ ซึ่งต้องยอมรับจริง ๆ ว่าความสำเร็จนั้นส่วนหนึ่งมาจากการแสดงที่น่าจดจำของ แชดวิก โบสแมน แต่อย่างที่ทุกคนทราบว่า ราชาเสือดำของพวกเราได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับแล้ว นั่นทำให้อนาคตของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในความสงสัยของแฟน ๆ ว่า Marvel Studios จะเอายังไงต่อไป แม้ว่าแผนการนั้นจะยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจน เว้นแต่ว่าจะไม่มีการหาตัวนักแสดงคนใหม่มาแทนที่เขาคนนี้ ข้อมูลใหม่ยังเปิดเผยออกมาอีกด้วยว่า มาร์เวลเตรียมทุ่มเทกับแชดวิกมากขนาดไหน ข้อมูลล่าสุดถูกเปิดเผยออกมาจาก Michael Greene ผู้จัดการส่วนตัวของแชดวิก โบสแมน โดยเว็บไซต์ the Hollywood Reporter ได้รายงานว่า มาร์เวลสตูดิโอ ได้ยื่นข้อเสนอค่าตอบแทนกว่า $10 ล้าน ให้กับแชดวิกเพื่อกลับมารับบท ที’ชัลล่า อีกครั้งใน Black Panther 2 และพร้อมจะมอบค่าตอบแทนให้อีก $20 ล้าน เพื่อให้เขาสานต่อบทบาทนี้ต่อไปใน Black Panther 3 โดยค่าตอบแทนที่ แชดวิก โบสแมนจะได้รับสำหรับ Black Panther 2 นั้นก็เทียบเท่ากับที่โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ได้รับในตอนที่กลับมารับบทโทนี สตาร์กใน Iron Man 2 แสดงให้เห็นว่า Marvel Studios ตั้งใจและวางแผนระยะยาวเอาไว้กับตัวละคร ที’ชัลล่า แต่เมื่อเหตุการณ์ออกมาเป็นเช่นนี้ นั่นก็หมายความว่าแผนการทุกอย่างจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง น่าสนใจทีเดียวว่าอนาคตของ MCU จะเป็นอย่างไรต่อไป

“อลิซาเบธ โอลเซ่น” ร่วมขบวน Doctor Strange 2

หนึ่งในโปรเจ็คต์ภาพยนตร์ที่แฟน ๆ Marvel เฝ้ารอกันก็คือ Doctor Strange in the Multiverse of Madness ภาพยนตร์ภาคต่อของจอมเวทมหากาฬ ที่ยืนยันแล้วว่าจะเป็นการเปิดเรื่องราวในมิติต่าง ๆ ของ MCU อย่างเป็นทางการ ความน่าสนใจที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะในภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้ตัว อลิซาเบธ โอลเซ่น ในบท วานด้า แม็กซิมอฟ หรือ สการ์เล็ตวิทช์ มาร่วมแสดงด้วย ยิ่งเป็นเรื่องราวต่อเนื่องมาจากซีรีส์ Wanda and Vision ทุกอย่างยิ่งน่าสนใจขึ้นอีกหลายเท่าตัว     ตอนนี้กำหนดการถ่ายทำของภาพยนตร์เรื่องนี้ ยังไม่ได้มีการประกาศออกมาอย่างชัดเจน แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า อลิซาเบธ โอลเซ่น จะบอกใบ้แล้วว่าเธอจะได้เข้าร่วมการถ่ายทำในช่วงไหน เธอให้สัมภาษณ์กับ Conde Nast Traveller เอาไว้ว่า…      “ฉันรู้สึกแตกต่างมากเลยค่ะกับการที่ชาวอเมริกันสามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างถูกกฎหมายได้ใน UK ฉันได้รู้มาว่ามีวีซ่าเกษียณอายุ ที่คุณสามารถใช้ได้ในอายุ 54 ปี ฉันรู้สึกว่าชาวอังกฤษเป็นคนที่ทำงานเพื่อจะใช้ชีวิต พวกเขาไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่เพื่อทำงาน ไม่เหมือนใน LA หรือ New York ฉันต้องกลับไปที่นั่นเร็ว ๆ นี้เพื่อถ่ายทำภาคต่อของ Dr.Stange เพราะฉะนั้นฉันจะอยู่ที่นั่นในช่วงคริสต์มาส บริเวณนอกเมืองของลอนดอน”     สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ความสับสนและไม่ยอมรับในความจริงของ วันด้า แม็กซิมอฟ ที่เกิดขึ้นในซีรีส์ Wanda and Vision กับการเปลี่ยนความเป็นจริง สร้างตัวตนของวิชั่นที่น่าจะเสียชีวิตไปแล้วให้มาใช้ชีวิตอยู่ในโลกเสมือนของเธอ ซึ่งโลกเสมือนนั้นเริ่มที่จะส่งผลต่อโลกแห่งความเป็นจริง จนกลายเป็นเรื่องราวที่จะปูทางโดยตรงมาสู่ภาพยนตร์เรื่อง Doctor...