การ์ตูนใหม่

การ์ตูน The Boss Baby ภาค Family Business เด็กน้อยสุดเฟียว สายบอสสุดฮา

อเล็ค บอล์ดวิน และเจมส์ มาร์สเดน กลับมาให้เสียงพากย์ “เท็ด” และ “ทิม” ใน The Boss Baby: Back in The Business เดอะ บอส เบบี้ 2 ภาคต่อของคอเมดี้ระดับบล็อคบัสเตอร์ที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้ว ลิซ่า คูโตรว์, จิมมี่ คิมเมล, เจฟฟ์ โกลด์บลูม, อีวา ลองโกเรีย และเอมี่ เซดาริส ร่วมให้เสียงพากย์ ทิม (เจมส์ มาร์สเดน จาก X-Men Franchise)และ บอส เบบี้ เท็ด (อเล็ค บอลด์วิน) สองพี่น้องเทมเปิลตัน ได้เติบโตขึ้นและห่างจากกันไป ทิมแต่งงานและเป็นคุณพ่อที่อยู่กับบ้าน เท็ดเป็นซีอีโอเฮดจ์ฟันด์ แต่บอส เบบี้ คนใหม่ ผู้ที่มีวิธีการเฉียบคมและทัศนคติที่ดี กำลังจะนำพวกเขากลับมาใกล้ชิดกันและสร้างแรงบันดาลใจสำหรับธุรกิจครอบครัว ทิมและภรรยา แครอล (อีวา ลองโกเรีย) ซึ่งเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัว อาศัยอยู่ในย่านชานเมือง พวกเขามีลูกสาววัย 7 ปี ทาบิธา (อเรียน่า กรีนแบลท จาก Avengers: Infinity War) และทารกคนใหม่สุดน่ารัก ทีน่า (เอมี่ เซดาริส จาก BoJack Horseman ทางเน็ตฟลิกซ์) ทาบิธา เป็นนักเรียนระดับท็อปจากเอคอร์นเซ็นเตอร์...

พร้อมเปิดตัว “Dragon Ball Super Hero”ผลงานเก่าที่ ผสานเทคนิคงานสร้างใหม่

ในงาน Comic-Con@Home ของปีนี้ได้ประกาศงานสร้างใหม่ของอนิเมะ Dragon Ball ผลงานของ อากิระ โทริยามะ โดยใช้ชื่อภาคเดอะมูฟวี่นี้คือ Dragon Ball Super: Super Hero โดยในงานได้มีการเปิดตัวทีเซอร์ตัวละครซุนโกคุแบบใหม่ที่ผสมผสานความเป็นเทคนิค3DCG เข้าไปในตัวละครให้ความรู้สึกที่สมจริง พริ้วไหวมากกว่าฉบับเดิมแต่ยังคงลายเส้นและงานดั้งเดิมอยู่ โดยโปรเจคนี้ผุดขึ้นระหว่างที่ Dragon Ball Super: Broly อยู่ระหว่างการผลิตและอ.โทริยามะก็ได้เขียนบทภาคนี้ออกมา และ อ.โทริยามะ เคยบอกว่า นี่คือเดอะมูฟวี่ภาคที่ดีที่สุดอีกด้วย โดยอนิเมชั่นภาคนี้มีกำหนดเข้าฉายในปี 2022 “ผมคิดว่าหนังเรื่องใหม่นี้มีความดึงดูดที่แตกต่างไปจาก ‘Dragon Ball Super: Broly’ มีฉากที่ใช้ชีวิตอีกมากมายแต่ไม่ได้หมายความว่าหนังเรื่องนี้จะไม่มีฉากที่เข้มข้นนะ!มันเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดราก้อนบอลสุดคลาสสิกกับแง่มุมใหม่ๆ นั่นเป็นเหตุผลที่ผมรู้สึกว่ามันอาจจะจบลงด้วยการเป็นอะไรที่แปลกใหม่และแปลกใหม่อย่างแท้จริง! คิดว่าเราจะสามารถเอาใจแฟน ๆ ทุกคน ด้วยภาพยนตร์เรื่องนี้ การนำเสนอเรื่องราวและการออกแบบที่น่าทึ่งของ โทริยามะ แบบที่เจ๋งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้คือภารกิจของเราเสมอมา! รออย่างอดทนและตื่นเต้นอีกสักหน่อย!” โนริฮิโระ ฮายาชิดะ ผู้อำนวยการสร้างจาก TOEI ANIMATION กล่าว

เบื้องหลังภาพยนตร์ “Tom And Jerry “นักวาดต้องเหนื่อยถึงได้หนังที่คุณภาพ

แฟนๆ ทอมกับเจอร์รี่ จะได้พบความสะดุดตาที่ตัวเองชื่นชอบตลอดทั้งเรื่อง สำหรับการสร้างสิ่งมีชีวิตทั้งใหญ่และเล็กในเรื่อง แผนกแอนิเมชั่นต้องใช้ทีมงานถึง 29 คน โดย 19 คนอยู่ที่สหราชอาณาจักรและอีก 10 คนอยู่ที่ลอสแองเจลิส จะมีการแบ่งงานเป็น 3 ส่วน คือส่วนของการถ่ายทำที่ประกอบด้วยผู้สร้างภาพเคลื่อนไหวและผู้ควบคุมภาพเคลื่อนไหว ทั้งสองหน้าที่นี้ต้งควบคุมและจัดการภายในแผนก ส่วนของการตัดต่อประกอบด้วยผู้ลำดับภาพและผู้ช่วยอีก 2 คน ทำหน้าที่ตัดต่อภาพแอนิเมชั่นเข้าด้วยกัน กำหนดช่วงเวลากับภาพที่ออกมาให้สอดคล้องกัน และส่วนของผู้สร้างภาพเคลื่อนไหวที่ต้องรับภารกิจใหญ่ของแผนก แน่นอนว่าแรงบันดาลใจของพวกเขามาจากแอนิเมชั่นของทอมกับเจอร์รี่ ซึ่งภายในแผนกจะมีการรวบรวมผลงานเอาไว้มากกว่า 100 ตอนที่ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง แม้ว่าผู้ชำนาญทุกคนเคยดูการ์ตูนต้นฉบับกันมาแล้วตอนเป็นเด็กและตอนโต แต่ยังต้องมีการศึกษาเรื่องจังหวะของการ์ตูนที่ผู้สร้างแอนิเมชั่นต้นฉบับเคยสร้างไว้ ในความเป็นจริงแล้วผู้เขียนเรื่องดีน่า อะธานาซิโอ เคยพบกับวิลเลียม แฮนนามาแล้วเมื่อช่วงต้นปี 1980 และผู้ชำนาญด้านการสร้างสตอรี่บอร์ด ฟิล วอลเลนทิน รู้จักทั้งแฮนนาและโจเซฟ บาร์บีร่าเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว ส่วนสมาชิกคนอื่นในทีมก็เคยร่วมงานกันเป็นประจำมาก่อน รวมถึงผลงานในเรื่อง “Who Framed Roger Rabbit” และผลงานต้นฉบับของ “Space Jam” ด้วย ภาพวาดจำนวนมากถูกสร้างขึ้นมาตลอดการทำงาน โดยรวมแล้วมีมากถึง 15,000 ในช่วงก่อนการถ่ายทำ และมีเพิ่มเติมอีกอาทิตย์ละ 900 ภาพในช่วงหลังการถ่ายทำตลอด 26 สัปดาห์ รวมแล้วมีภาพเพิ่มเติมมากถึง 25,000 ภาพ โมเรตซ์เล่าว่า “ภาพเคลื่อนไหวที่วาดด้วยมือ ทั้งขอบเขตภาพ ลวดลายต่างๆ และสีสัน มันเป็นอะไรที่สนุกเมื่อได้ดู และเป็นสิ่งที่ฉันรักมากตอนที่ยังเด็ก จริงๆ แล้วทอมกับเจอร์รี่และสัตว์อื่นๆ ไม่ค่อยได้ยินการสื่อสารในภาษาคนมากเท่าการตีความของเราเอง มักสงสัยกันว่าพวกเขาพูดอะไรกัน กำลังสู้กันเรื่องอะไร และฉันก็สนุกกับการค้นหาสิ่งนั้นในจินตนาการตามประสาเด็กค่ะ มันเลยเป็นเรื่องที่ดีมากที่ได้เห็นอีกด้านหนึ่งของการสร้างหนังเรื่องนี้” 

หนังผจญภัยสุดน่ารัก”Raya and the Last Dragon”

“Raya and the Last Dragon – รายากับมังกรตัวสุดท้าย” จะพาเราไปสู่มหากาพย์การผจญภัยในนครแฟนตาซีแห่งคูมันตรา สถานที่ที่มนุษย์และมังกรอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขมาช้านาน แต่เมื่อพลังมืดอันชั่วร้ายได้เข้าคุกคาม เหล่ามังกรได้เสียสละชีวิตของพวกมันเพื่อปกป้องมนุษยชาติ 500 ปีผ่านไป ปีศาจตัวเดิมได้กลับมาอีกครั้ง และมันเป็นหน้าที่ของรายา นักรบสาวผู้กล้าที่จะออกตามหามังกรตัวสุดท้ายในตำนาน เพื่อที่จะกอบกู้แผ่นดินและประชาชนที่แตกแยกให้กลับเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเดินทางของเธอ เธอจะได้เรียนรู้ว่ามันต้องใช้มากกว่ามังกร ในการปกป้องโลก – มันจะต้องใช้ความเชื่อใจและการ่วมมือของทุกคนเช่นกัน  ดอน ฮอลล์ และคาร์ลอส โลเปซ เอสตราด้า รับหน้าที่ผู้กำกับ, พอล บริคส์ และ จอห์น ริป้า เป็นผู้กำกับร่วม ออสแนท ชูเรอร์ และปีเตอร์ เดล วีโช เป็นผู้อำนวยการสร้าง และ ควิ เกวน และ อเดล ลิม เป็นผู้เขียนบท “Raya and the Last Dragon – รายากับมังกรตัวสุดท้าย” จาก ดิสนีย์ แอนิเมชั่น สตูดิโอส์   รวมโปสเตอร์แนะนำตัวละครใน “Raya and the Last Dragon – รายากับมังกรตัวสุดท้าย”

Raya and the Last Dragon อะนิเมชั่นต่อสู้ของสาวน้อยที่น่าดู

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับภาพยนตร์เรื่องใหม่สุดอลังการจาก Walt Disney Studios กับภาพยนตร์เจ้าหญิงดิสนีย์องค์ใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำมาผสมผสานกับเรื่องราวการผจญภัยเพื่อกอบกู้อาณาจักรคูมันตรา ดินแดนที่ผู้คนแตกแยกเป็นฝักฝ่าย เปิดช่องให้ภัยร้ายจากปีศาจเข้าคืบคลาน อย่างที่บอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม SEAs ดังนั้น หนึ่งในวัฒนธรรมที่โดดเด่นที่สุดก็คือ มวยไทย ซึ่งในคลิปใหม่นี้ก็มีแง้มให้เราได้ดูกันด้วย เป็นฉากการปะทะกันระหว่าง รายา กับ นามาริ ที่ทั้งคู่เข้าต่อสู้กัน ซึ่ง Qui Nguyen มือเขียนบทได้ระบุชัดเจนว่า เขาได้ใส่มวยไทยเข้าไปด้วย ฉากมวยไทยเริ่มขึ้นประมาณนาทีที่ 1.54 “Raya and the Last Dragon – รายากับมังกรตัวสุดท้าย” จะพาเราไปสู่มหากาพย์การผจญภัยในนครแฟนตาซีแห่งคูมันตรา สถานที่ที่มนุษย์และมังกรอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขมาช้านาน แต่เมื่อพลังมืดอันชั่วร้ายได้เข้าคุกคาม เหล่ามังกรได้เสียสละชีวิตของพวกมันเพื่อปกป้องมนุษยชาติ 500 ปีผ่านไป ปีศาจตัวเดิมได้กลับมาอีกครั้ง และมันเป็นหน้าที่ของรายา นักรบสาวผู้กล้าที่จะออกตามหามังกรตัวสุดท้ายในตำนาน เพื่อที่จะกอบกู้แผ่นดินและประชาชนที่แตกแยกให้กลับเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเดินทางของเธอ เธอจะได้เรียนรู้ว่ามันต้องใช้มากกว่ามังกร ในการปกป้องโลก – มันจะต้องใช้ความเชื่อใจและการ่วมมือของทุกคนเช่นกัน

การ์ตูนในตำนาน Tom and Jerry กำลังลงภาพยนตร์

ถึงเวลาของคู่หูคู่กัดออกมาไล่ฟัดกันอีกครั้งกับตัวอย่างแรกภาพยนตร์ “Tom and Jerry – ทอม แอนด์ เจอร์รี่” หนึ่งในคู่กัดที่เป็นที่รักที่สุดในประวัติศาสตร์จะกลับมาอีกครั้ง! เมื่อ เจอร์รี่ ย้ายไปอยู่ที่โรงแรมที่หรูหราที่สุดในมหานครนิวยอร์ก ณ ช่วงเวลาที่กำลังจะมีพิธีการแต่งงานสำคัญ เป็นเหตุให้ผู้จัดงานจำเป็นต้องจ้าง ทอม มาเพื่อกำจัดเขาให้ออกไปให้พ้นตา เกิดเป็นสงครามระหว่างแมวกับหนูที่อาจทำลายอาชีพการงานของผู้จัดงานคนนั้น ไปจนถึงพิธีแต่งงาน และชื่อเสียงอันโด่งดังของโรงแรม แถมสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายไปกันใหญ่เมื่อมีพนักงานอีกหนึ่งคนที่พยายามเข้ามาเติมเชื้อเพลิงให้กับความวุ่นวายระหว่างพวกเขา ผู้ชมพบกับทอมและเจอร์รี่บนจอยักษ์ครั้งแรกในการ์ตูนของ MGM เรื่อง Puss Gets the Boot ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ได้เข้าชิงรางวัล Academy Award สาขา Best Short Subject: Cartoons จนเกิดเป็นเรื่องราวการต่อสู้ ความตลก และมิตรภาพที่ไม่มีวันสิ้นสุด ยังคงสร้างความสนุกสนานแฟนๆ ทั่วโลกต่อไป  นอกจากทอมและเจอร์รี่แล้ว การ์ตูนของ MGM เรื่อง Puss Gets the Boot ยังแนะนำอีกหลายตัวละครให้รู้จัก เช่น สไปค์ บุลด็อกเขี้ยวแหลมที่คอยดูแลความเรียบร้อย บุตช์ แมวข้างถนนศัตรูตลอดกาลของทอม และทูตส์แมวสาวแสนสวย ทั้งสามตัวละครคือสิ่งที่ทำให้เกิดความสนุกในหนังเรื่องใหม่ Tom and Jerry  การต่อสู้ของทอมและเจอร์รี่สร้างความตลกขบขัน และเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันรู้จบผ่านการ์ตูน 114 ตอนมาแล้วในการฉายในผลงานต้นฉบับของพวกเขา และเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่กับเรามานาน มีการปรับเปลี่ยนหลากหลายรูปแบบระหว่างผลงานบนจอยักษ์และผลงานทางทีวี ผ่านซีรีส์และภาพยนตร์เรื่องใหม่ๆ มากมาย ก่อนจะมาปักหลักที่วอร์เนอร์ บราเดอร์สเมื่อปี 2001 เรื่องราวความตลกของทอมและเจอร์รี่ได้พัฒนาเป็นผลงานเรื่องสั้นของตัวเอง 250 เรื่อง… ซึ่งการไล่ล่ายังไม่จบเพียงเท่านี้!   รวมแล้วการ์ตูน Tom and Jerry ได้เข้าชิงรางวัล Oscar 13 รางวัลในสาขาเรื่องสั้น ประเภทการ์ตูน...

เปิดตัวละครเพื่อนใหม่ของ”โนบิตะ”ใน Doremon The Movie

โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ เป็นอีกอนิเมะขวัญใจชาวไทยที่มีผลงานออกมาให้ได้ติดตามกันทุกปี เรื่องราวมิตรภาพ การผจญภัย และความซึ้งที่แฟนโดราเอม่อนต้องเสียน้ำตากันทุกปี   โดยในปีนี้ มาในชื่อตอนว่า ไดโนเสาร์​ตัวใหม่ของโนบิตะ พร้อมกับปล่อยโปสเตอร์ไทยและกำหนดวันฉาย 19 พฤศจิกายนนี้ เป็นเรื่องราวของโนบิตะกับไดโนเสาร์ตัวใหม่คู่แฝดสีเขียวและสีชมพู ซึ่งทั้งสองตัวมีปีกบินได้ด้วย โนบิตะ โดราเอม่อน และผองเพื่อน พากันกลับไปยังยุคไดโนเสาร์เพื่อผจญภัย รวมถึงช่วยเหลือไดโนเสาร์ให้รอดพ้นจากยุคแห่งการทำลายล้างโลกและภัยอุกกาบาต ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ โดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ เคยสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับไดโนเสาร์มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งตอนที่แฟนหนังประทับใจมากที่สุดก็คือตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะที่ชื่อพีสุเกะ ที่ตอนท้ายทั้งสองต้องแยกจากกัน กลายเป็นอีกหนึ่งตอนเดอะมูฟวี่ในตำนานที่แฟนหนังจดจำ สำหรับไดโนเสาร์ตัวใหม่จะซึ้งแค่ไหน  ต้องคอยติดตามชม

โดเรม่อน Stand By Me เจาะเวลาตามหาความจริงกับชิซูกะ

สำหรับ Stand By Me Doraemon เป็นอนิเมชั่นโดราเอม่อนที่แยกออกมาจากโดราเอม่อน เดอะมูฟวี่ และถูกพัฒนางานภาพให้เป็นแบบ 3D ย้อนกลับไปใน เรื่องราวภาคแรกเป็นเหตุการณ์ที่โนบิตะและโดราเอม่อนได้พบกันครั้งแรก พาเราสรุปทุกเหตุการณ์ว่าโดราเอม่อนมาจากไหนและมาช่วยโนบิตะเพื่ออะไร จนถึงตอนจบที่ทำให้คนดูต้องเสียน้ำตาเมื่อถึงเวลาที่โดราเอม่อนต้องกลับสู่โลกอนาคต  ล่าสุด Stand By Me Doraemon 2 ได้ปล่อยคลิปตัวอย่างทางการเผยให้เห็นเรื่องราวตอนที่โนบิตะใช้ไทม์แมชชีน ย้อนเวลากลับไปหาคุณย่า ซึ่งเป็นคนในครอบครัวที่โนบิตะรักและผูกพันธ์มากที่สุดอีกคนหนึ่ง รวมถึงฉากงานแต่งงานในอนาคตระหว่างชิซูกะกับโนบิตะ การมาพบกันระหว่างโนบิตะในอนาคต และโนบิตะในปัจจุบัน กับเรื่องราวสุดประทับใจผ่านผจญภัยและการช่วยเหลือของโดราเอม่อน หุ่นยนต์แมวสีฟ้าจากอนาคต ที่มาพร้อมกับของวิเศษในความทรงจำ Stand By Me Doraemon 2 แฟนๆโดราเอม่อนต้องเสียน้ำตาอย่างแน่นอน 

เปิดใจดูหนังการ์ตูน The Croods A New Age ครอบครัวมนุษย์หิน

ครอบครัวครู้ดส์ รอดชีวิตจากอันตรายและภัยพิบัติจากสัตว์ร้ายที่มีเขี้ยวในยุคก่อนประวัติศาสตร์ รวมถึงรอดชีวิตจากจุดจบของโลก แต่ตอนนี้ พวกเขาจะต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา นั่นก็คือ อีกครอบครัวหนึ่ง ครอบครัวครู้ดส์ ต้องการที่อยู่ใหม่ ดังนั้น ครอบครัวในยุคก่อนประวัติศาสตร์กลุ่มแรกจึงออกเดินทางสู่โลกเพื่อค้นหาสถานที่ที่ปลอดภัยกว่า ซึ่งสามารถเรียกว่าบ้านได้ เมื่อพวกเขาค้นพบแดนสวรรค์อันงดงามที่มีกำแพงล้อม ซึ่งตอบสนองทุกความต้องการของพวกเขา พวกเขาคิดว่าปัญหาของพวกเขาได้รับการแก้ไขแล้ว … ยกเว้นสิ่งเดียว มีอีกครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแล้ว นั่นคือครอบครัวเบทเทอร์แมน  ครอบครัวเบทเทอร์แมนส์ (เน้นที่ “เบทเทอร์”) – พวกเขามีวิวัฒนาการแบบขั้นบันไดที่เหนือกว่าครอบครัวครู้ดส์ จากการมีบ้านต้นไม้ที่สร้างอย่างประณีต มีสิ่งประดิษฐ์อันน่าทึ่ง และผลผลิตสดในพื้นที่ชลประทาน เมื่อพวกเขารับครอบครัวครู้ดส์ เป็นแขกรับเชิญกลุ่มแรก ก่อนที่จะเกิดความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงระหว่างครอบครัวถ้ำและครอบครัวสมัยใหม่ เมื่อทุกคนดูเหมือนกำลังจะหลงทาง ภัยคุกคามใหม่ที่จะทำให้ทั้งสองครอบครัวเข้าไปสู่การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่อยู่นอกกำแพง ซึ่งจะบังคับให้พวกเขายอมรับความแตกต่าง และร่วมพลังความแข็งแกร่งจากกันและกัน และสร้างอนาคตร่วมกัน  ในภาพยนตร์แอนิเมชั่น นิโคลัส เคจ กลับมาให้เสียงพากย์ กรัค ครูด, แคทเธอรีน คีนเนอร์ ให้เสียงพากย์ อัคกา ครู้ดส์, เอ็มม่า สโตน พากย์เสียง เอ็ป ลูกสาวของพวกเขา, ไรอัน เรย์โนลด์ พากย์เสียง กาย แฟนหนุ่มของเอ็ป คลาร์ก ดู๊ค (จาก Hot Tub Time Machine) พากยเสียง ธังค์ และ คลอริส ลีชแมค พากย์เสียง แกรน เสริมทีมด้วย ปีเตอร์ ดิงค์เลจ (จาก HBO Games of Thrones)...