กลุ่มเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างภาพยนต์ มาร์เวล เผยเคร็ดลับที่ทำให้มาร์เวลยิ่งใหญ่จนถึงตอนนี้

Robert Downey Jr

เผยเคร็ดลับความสำเร็จในการสร้างภาพยนต์ทั้งหมดมากกว่า 22 เรื่องของ MCUที่ทุกคน หรือจักรวาลหนังมาร์เวล เริ่มต้นจาก Iron Man (2008) ภาคแรกและผู้ชายที่ชื่อ Robert Downey Jr. ที่ได้รับเลือกมารับบทไอรอนแมน ซึ่งเมื่อมองย้อนจากปัจจุบันก็ต้องยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจเลือกนักแสดงให้มารับบทสักบทในโลกภาพยนตร์ที่เหมาะสมและใช่ที่สุดบทบาทหนึ่ง ส่งผลให้หนังตลอดทั้ง 23 เรื่องจนถึงปัจจุบันประสบความสำเร็จ

หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า Marvel Studios ที่กำลังตั้งไข่ในตอนนั้น ใช้เหตุผลและวิธีการใดในการเลือกไอรอนแมนขึ้นมาเป็นตัวชูโรงในหนังเรื่องแรก ทั้งที่ตัวละครตัวอื่นอาจจะดังมากกว่าตอนที่เป็นคอมิก อย่างกัปตันอเมริกา (ตัวอื่น ๆ อย่าง Spider-Man และ X-Men ก็ยังไม่ได้สิทธิกลับมา) ยิ่งพอลงในรายละเอียดแล้วไอรอนแมนยังเป็นตัวละครชั้น 2 หรือชั้น 3 ที่ได้รับความนิยมน้อยจากคอมิกเลยด้วยซ้ำ (และออกจะกลายเป็นวายร้ายหลังคอมิกเล่มเหตุการณ์ Civil War)

ในหนังสือ The Big Picture: The Fight for the Future of Movies ซึ่งเขียนไว้โดย Ben Fritz บอกว่า ในทีแรกที่ Marvel Studios ได้ทำวิจัยเชิงสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเด็กนักเรียนว่าตัวละครใดที่สตูดิโอควรจะทำออกมาเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกภายใต้การสร้างของ Marvel เอง ผลปรากฎว่า ไอรอนแมนคือตัวละครที่เด็ก ๆ ให้ความสนใจมากที่สุด เขาเขียนเอาไว้ว่า “วิธีการของพวกเขาคือ เลือกกลุ่มเด็กเล็กมาก ๆ มา และโชว์ภาพของซูเปอร์ฮีโร่ให้พวกเขาดู จากนั้นก็อธิบายความสามารถและอาวุธของฮีโร่เหล่านั้นให้เด็ก ๆ ฟัง แล้วก็ถามว่าพวกเขาอยากจะได้ของเล่นจากซูเปอร์ฮีโร่คนไหน คำตอบจำนวนมากที่สร้างความเซอร์ไพร์สให้กับมาร์เวลก็คือ อยากได้จากไอรอนแมน” Fritz กล่าว
แน่นอนว่านี่ก็เป็นแนวคิดที่มองการณ์ไกล เพราะเด็ก ๆ กลุ่มนั้นจะเป็นกำลังซื้อของสินค้าของเล่นไปได้อย่างน้อยก็ 10 ปี รวมถึงเมื่อเป็นวัยรุ่นก็จะผูกพันและกลายเป็นแฟนที่เหนียวแน่นของหนัง MCU ต่อไปอีกยาว ๆ แนวคิดเรื่องการขายสินค้าประเภทของเล่นจากหนังเป็นแนวคิดของ CEO Marvel ในเวลานั้นอย่าง Ike Perlmutter ย้อนกลับไปเมื่อปี 2000 เขาเคยพยายามผลักดันให้ X-Men (2000) ผลิตของเล่นในช่วงที่หนังออกฉายแต่ Fox กลับไม่เอาด้วย ถ้ามองจากตอนนี้ก็ต้องบอกว่า Fox คิดผิดและทำให้ Marvel สูญเสียรายได้ในส่วนนี้ไปด้วย

นั่นก็ทำให้ Perlmutter เกลียดฮอลลีวูดตลอดช่วงที่เขายังทำงานเป็นผู้บริหารของ Marvel จนพ้นตำแหน่งไปในปี 2015 ซึ่งความเกลียดที่มากเกินพอดีก็ทำให้เขาลงมาแทรกแซงบทหนังจนเกินไป เช่น ใน Iron Man 3 (2013) เป็นอีกครั้งที่การขายของเล่นเข้ามามีอิทธิพลกับบทหนังอย่างมาก เพราะแต่เดิมบท “มายา แฮนเซน” ที่รับบทโดย Rebecca Hall ถูกกำหนดไว้ให้เป็นตัวร้ายหลังของเรื่อง แต่ผู้กำกับ Shane Black กลับได้รับคำแนะนำส่งตรงจากผู้บริหาร Marvel ให้เปลี่ยนบทซะ เพราะ “ของเล่นจะขายไม่ได้ถ้าตัวร้ายของเรื่องเป็นผู้หญิง” ข่าวลือวงในก็บอกว่า คำแนะนำที่ว่านี้มาจาก Perlmutter นั่นเอง ซึ่งก็ถือเป็นการดีที่เขาอยู่มาไม่ถึงเฟสที่ 3 และ 4 ที่มีตัวละครผู้หญิงมารับบทเด่น ๆ อย่างกัปตันมาร์เวล หรือแบล็ควิโดว์ ไม่อย่างนั้น Perlmutter ก็คงจะกระโดดลงมาขวางอีกแน่นอน